แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Huawei Ascend P7 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Huawei Ascend P7 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รีวิว Huawei Ascend Mate 7: ผิดแผกแบบไม่แตกสามัคคี?

Huawei Ascend Mate 7 ถือเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงของ Huawei ที่เข็นออกมาในช่วงปลายปี จุดเด่นคงอยู่ที่หน้าจอใหญ่พร้อมด้วยมีขนาดที่บาง ตลอดจนถึงเรื่องของแบตเตอรี่ที่ใส่มากระบุงโกย ทั้งหมดมีการออกแบบที่ให้ความรู้สึก พรีเมียม อย่างมาก
ตามที่เคยมีลองจับไปแล้ว ในการรีวิวครั้งนี้จึงไม่เน้นตัวเครื่องมากนัก เท่ากับประสบการณ์ในการใช้เป็นแน่แท้ สเปครอบรู้อ่านเอาจากข่าวเก่าได้ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปอ่านกันเลยครับ
คำเตือน ภาพบานตะเกียงมาก โปรดใช้วิจารณญาณก่อนเปิดบนอุปกรณ์พกพา
Ascend
Back,

ตัวเครื่อง

หน้าตาของ Huawei Ascend Mate 7 เป็นไปตามเวลานิยมของโทรศัพท์ในปัจจุบันที่เน้นจอใหญ่ ขอบเหลือเลื่องน้อยๆ เน้นการออกแบบพร้อมกับใช้วัสดุที่ทำให้รู้สึกถึงความพิเศษ (premium) ของเครื่อง โดย Ascend Mate 7 (ในที่นี้จักย่อเป็น Mate 7 เพื่อความง่ายต่อการเข้าใจ) ใช้วัสดุเป็นเหล็กกล้า (stainless steel) ในการครอบเครื่อง ให้ความรู้สึกที่ดีในการจับเครื่อง (เช่นเคย ตามสมัยนิยม) ทั้งหมดมาพร้อมกับความบางที่บางมาก
Front
ด้านบนของเครื่องเป็นไมโครโฟนด้วยกันรูเสียบหูฟัง
Top
ด้านล่างมีไมโครโฟนอีกตัวหนึ่งพร้อมกับช่อง Micro USB
Bottom
ขวามือของเครื่องมีปุ่มเปิด/ปิด พร้อมทั้งปุ่มปรับเสียง
Right
ด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิมกับ microSD
Left
ด้านหลังของเครื่อง มีกล้องพร้อมทั้งตัวอ่านลายนิ้วมืออยู่
Back
ผมทำการวัดประสิทธิภาพของเครื่องด้วย Antutu Benchmark แล้ว ได้ผลออกมาตามภาพนี้
 Compared
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Mate 7 ใช้หน่วยประมวลผล Kirin ของทาง Huawei เอง ซึ่งมีหน่วยประมวลผลมากถึงแปดแกน
 CPU-Z

ซอฟต์แวร์พร้อมด้วยการใช้งานแน่ๆในชีวิตประจำวัน

Mate 7 มาพร้อมกับ Android 4.4.2 ที่ถูกปรับแต่งด้วยกันครอบด้วยส่วนการใช้งานที่เรียกว่า EMUI ซึ่งทาง Huawei ปรับแต่งจนทำให้ผมมึนงงไปชั่วขณะ เพราะวิธีการใช้งานรอมของ Huawei นี้ คล้ายคลึงกับ iOS อย่างมาก เพราะว่าเฉพาะแนวคิดการที่ไม่มี App Drawer หรือไม่จุดรวมแอพ แบบเดียวกับ Android อื่นๆ (เวลาติดตั้งก็วางลงไปในหน้าจอเลย) นอกจากนั้นแล้วยังไม่เชี่ยวชาญใช้ Launcher ตัวอื่นแทนได้เลย ทำให้เป็นสภาวะกึ่งบังคับในการใช้รอมของทาง Huawei เอง
homescreen 
 Screenshot_2014-11-12-19-13-12
ด้วยความที่ Mate 7 มีขนาดใหญ่ ทำให้การใช้งานมือเดียวลำบาก ทาง Huawei จึงใส่โหมดการทำงานด้วยมือเดียวเข้ามา ปางผู้ใช้เปิดใช้งาน ถ้าสมมติต้องการทำงานอย่างเช่นพิมพ์ข้อความ หรือกดปุ่มเสมือนบนหน้าจอ ก็แค่ตะแคงเครื่องไปด้านที่ต้องการ ปุ่มด้วยกันแป้นพิมพ์จะไปกองกันอยู่ด้านที่ผู้ใช้ถนัด (แต่ผมลองแล้วไม่ชอบ เลยปิดไป) นอกจากนั้นแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเปลี่ยนลักษณะของเครื่อง (theme) ได้ตามที่ต้องการด้วย
Theme 
สิ่งที่หงุดหงิดพร้อมทั้งน่ารำคาญของ EMUI ที่มาใน Mate 7 นอกเหนือจากการไม่สมรรถปรับแต่งอะไรได้เป็นเรื่องเป็นราวด้วยการเปลี่ยน launcher แล้ว ยังเป็นเรื่องของการมีแอพที่ซ้ำซ้อน ตัวอย่างเช่นเว็บเบราว์เซอร์ที่มีทั้งของระบบด้วยกัน Chrome สองอันอยู่ในเครื่องเดียว ซึ่งไม่มีความจำเป็น (พร้อมด้วยควรอาจปิดการใช้งานตัวใดตัวหนึ่งได้ แต่ที่แข่งขันกลับทำไม่ได้)
 Wifi
นอกจากนั้นแล้วคงเป็นเรื่องของข้อความ SMS ที่เด้งขึ้นมาเป็น dialog ทับหน้าจอเอาไว้ ซึ่งน่ารำคาญมาก เพราะว่าเฉพาะในเวลาที่กำลังทำงานสำคัญ อย่างไรก็ตามก็มี dialog ที่ยังพอมีประโยชน์บ้าง อย่างเช่นเวลาปิด Wi-Fi ของเครื่อง แล้วจะไปใช้อินเทอร์เน็ตของโทรศัพท์ ก็จะมีขึ้นแจ้งเตือนว่าต้องการดำเนินการต่อใช่ไหมไม่
 Power
เรื่องของแบตเตอรี่ Mate 7 ถือว่าใช้งานได้ดีด้วยกันยาวนาน (แต่ถ้าเล่นเกมหนักๆ อย่าง Ingress เครื่องก็จะร้อน) รวมถึงมีโหมดประหยัดพลังงานที่จะเปลี่ยนโทรศัพท์เป็นสีขาวดำ กับทำงานได้ไม่ต่างจากฟีเจอร์โฟนทั่วไป ทำให้ยิ่งใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น (ผมไม่ได้วัดจริงๆจังว่าเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องชาร์จ 2 วัน ใช้งานปานกลาง เป็นได้อยู่ได้เป็นปกติ
 
นอกเหนือจากนั้น Huawei ยังใส่แอพต่างๆ เพิ่มเข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายอันก็มีประโยชน์ แต่หลายอันก็ไม่มีประโยชน์ในการใช้งานครันมากนัก คงขอข้ามๆ ไปในที่นี้ อย่างไรก็ตาม Mate 7 มาพร้อมกับตัวอ่านลายนิ้วมือซึ่งศักยใช้งานในการเปิดเครื่องได้ เพราะไม่ต้องกดปุ่มเปิดปิดแบบ iPhone แม้แต่น้อย ถือว่าสะดวกมาก นอกจากนั้นแล้วยังสมรรถใช้งานได้แทบจักทุกท่า กล่าวคือ ต่อให้วางนิ้วในตำแหน่งใด แค่ขอให้ลายมือตรงเป็นอันใช้ได้ (แบบเดียวกับ iPhone) ซึ่งถือว่าดีมากพร้อมด้วยใช้งานได้เป็นแน่แท้ รองรับสูงสุด 5 นิ้วด้วยกัน โดยรอบรู้ตั้งค่าให้เข้าถึงส่วนแอพบางอย่าง หรือไม่เนื้อหาส่วนตัวที่ไม่ตะกลามให้ใครเข้าถึงก็ได้ (ตัวอย่างเช่น ข้อมูลเหรอแอพทางการเงิน เป็นต้น)
Fingerprint 
โดยรวมๆ ถือว่าใช้ได้ดีครับ อย่างไรก็ตามเรื่องของซอฟต์แวร์ยังคงเป็นปัญหาชวนหงุดหงิด (มียัดมาให้อื้อซ่า แต่ใช้แท้ไม่น่าจักเกินครึ่ง)

กล้อง

กล้องของ Mate 7 ถือว่าถ่ายภาพได้ดีในหลายบรรยากาศ แม้อาจจักไม่ได้ดีที่สุดก็ตาม ผมไม่ได้ชิงชัยโหมดภาพที่หลากหลาย (เช่นเคย มีเยอะแยะมากจนปวดหัว) เลยได้แต่ถ่ายภาพตามการตั้งค่าอัตโนมัติของเครื่องมา ซึ่งคุณภาพทั้งในที่ร่ม พร้อมด้วยที่กลางแจ้ง ถือว่าทำได้ดี ยกเว้นในที่มืดซึ่งมีการเบลอกับการรบกวนอยู่พอสมควร
ซาลาเปาหิมะ
ไก่ย่างกระเทียม
เค้กช็อกโกแลต
หน้าร้าน
ข้าวหน้าแกงกะหรี่ไก่
แซลมอนรมควัน
Night
ฮะเก๋า
ไส้กรอกอิตาเลียน
Foucault's

สรุป

Front,
ผมยอมรับว่า Huawei Ascend Mate 7 ถือเป็นสมาร์ทโฟนจอใหญ่ที่น่าสนใจ พร้อมทั้งให้ความรู้สึกที่ดีมากในการจับ ตลอดจนถึงการใช้งาน ความบาง น้ำหนักของเครื่อง พร้อมด้วยกล้อง ถือเป็นสิ่งที่ทำได้ดีอย่างมาก หน้าจอก็คมชัด พร้อมกับตัวอ่านลายนิ้วมือที่ใช้งานได้ดีมาก ไม่ต้องจับรูดขึ้นรูดลงที่ปุ่มโฮมให้วุ่นวาย โดยภาพรวมถือว่าในเชิงฮาร์ดแวร์ Ascend Mate 7 ทำออกมาได้ดีมาก
จุดตายของ Ascend Mate 7 กลับไปตกอยู่ที่ซอฟต์แวร์ซึ่งเน้นการใส่แต่สิ่งที่ไม่จำเป็น อีกทั้งมีแนวคิดในเรื่องของการจัดการแอพพร้อมทั้งการวางหน้าจอซึ่งไม่เหมือนกับ สมาร์ทโฟนอื่นๆ ในท้องตลาด (อย่างน้อยที่สุดในฝั่งของ Android กระแสหลัก) ทำให้การใช้งานดูจักผิดแปลกไปจาก Android ที่คุ้นเคยมา ซึ่งถึงแม้ว่าหลายอย่างจักเป็นที่คุ้นเคย แต่กลับมีความแตกต่างอย่างมาก จนทำให้ผมรู้สึกว่าซอฟต์แวร์ที่มากับ Ascend Mate 7 นั้นเป็น ของใหม่ ที่ต้องเรียนรู้ใหม่ มากกว่าจักใช้ความคุ้นเคยใน Android แบบเดิมได้
กล่าวโดยสรุปแล้ว Ascend Mate 7 ถือว่าทำได้ดีในฐานะสมาร์ทโฟนที่ดี แต่เรื่องของซอฟต์แวร์ที่ยังคงใส่ของที่ไม่ได้ใช้เข้ามาจำนวนมากจนเกินความ จำเป็น ยังเป็นปัญหาอยู่ พร้อมกับหวังว่า Huawei คงปรับปรุงในจุดนี้ให้ดีขึ้นในรุ่นหน้า อย่างน้อยที่สุดก็ในเชิงความรอบรู้ที่จะให้เปลี่ยน launcher เองได้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นต้นที่ดีแล้ว
ข้อดี
  • แบตเตอรี่อยู่นานมาก
  • ตัวอ่านลายนิ้วมือที่ใช้งานได้ครัน แม่นยำ
  • กล้องที่ใช้งานได้ดีในสถานการณ์ทั่วไป
  • วัสดุกับตัวเครื่องที่ทำออกมาได้ดีมาก จอใหญ่ คมชัด
ข้อเสีย
  • ซอฟต์แวร์ของเครื่องที่ใช้งานแล้วปวดหัวมาก เหมือนยังหาทางไปให้ตัวเองไม่เจอ แถมเปลี่ยน launcher ก็ไม่ได้
  • ใช้งานหนักมาก เครื่องจะร้อนจัด
  • GPS ไม่แม่นยำ (เล่น Ingress ไม่มันบนเครื่องนี้)
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> thaizones-hitech.blogspot.com

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

สมาร์ทโฟนเครื่องแรก อายุ20ปีแล้ว

          เมื่อ 20 ปีก่อน เชื่อหรือไม่ว่า โลกเราก็มี สมาร์ทโฟน ใช้กันแล้ว และสมาร์ทโฟนที่ว่านี้ ก็ผลิตขึ้นโดยบริษัท ไอบีเอ็ม บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านคอมพิวเตอร์ ที่ทำสมาร์ทโฟนชื่อ ไอบีเอ็ม ไซมอน ขึ้นมา เกิดเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกครั้งของโลก เพราะถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกๆ ของโลกก็ว่าได้
ไอบีเอ็ม ไซมอน พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างบริษัทไอบีเอ็ม กับบริษัท เบลเซลฟ์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของสหรัฐอเมริกา และที่ใช้ชื่อว่า ไซมอน ก็เพราะว่ามันเป็นโทรศัพท์ที่ใช้งานง่ายและสามารถทำได้เกือบทุกอย่างที่ต้องการ เหมือนกับเกม ไซมอน เซส์ นั่นเอง คือบอกให้ทำอะไร ก็ทำตามอย่างนั้น
ไอบีเอ็ม ไซมอน สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1994 หน้าจอเป็นจอแอลซีดี สีเขียว มาพร้อมกับสไตลัส และเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส ขณะที่ซอฟต์แวร์ที่ให้มานั้น ก็ให้ผู้ใช้สามารถเขียน วาดภาพ หรือบันทึกตารางนัดหมาย และรายชื่อผู้ติดต่อเอาไว้ได้ รวมทั้งยังสามารถใช้ส่งหรือรับแฟกซ์ แน่นอนว่าใช้โทรศัพท์ได้ด้วย นอกจากนี้ ก็ยังมีช่องสำหรับใส่คาร์ทริดจ์ หรือกล่องที่เปรียบเสมือนกับแอพพลิเคชั่นในปัจจุบันนั่นเอง
ตัวเครื่องยาวประมาณ 9 นิ้ว แบตเตอรี่ที่ใช้สามารถใช้งานได้ประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับการโทร.เท่านั้น น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ประมาณครึ่งกิโลกรัม ด้วยความสามารถของแบตเตอรี่ที่แสนสั้น และน้ำหนักครึ่งกิโลกรัม ทำให้ยากต่อการพกพาไปไกลๆ
กระนั้นก็ตาม มันก็ยังเปี่ยมด้วยนวัตกรรมล้ำหน้า คือการนำ พีดีเอ หรือผู้ช่วยดิจิตอลส่วนตัว ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักธุรกิจ กับเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ มารวมไว้ในเครื่องเดียวกันเป็นครั้งแรก
โดยไอบีเอ็ม ไซมอน มีขายเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และราคาขายตอนเปิดตัวนั้นอยู่ที่เครื่องละ 899 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 28,700 บาท โดยขายได้ทั้งหมดราว 50,000 เครื่อง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนักธุรกิจที่ซื้อไปใช้กัน แต่ที่สุดแล้ว ก็ไม่มีการพัฒนาใดๆ ต่อ เพราะเมื่อ 20 ปีก่อน การใช้สมาร์ทโฟนอาจจะดูเป็นเรื่องที่ล้ำหน้ามากเกินไป และก็ไม่มีใครสนใจอยากซื้อไปใช้
และหนึ่งในเครื่องที่ยังหลงเหลืออยู่ ก็เป็นของทางพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่จัดแสดงไว้ให้คนรุ่นหลังๆ ได้ชมเทคโนโลยีแสนล้ำ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน
(ที่มา:มติชนรายวัน 20 สิงหาคม 2557 )
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เตือนภัย SMS มัลแวร์ระบาดบนแอนดรอยด์-แฝงขโมยรหัสลับ

 ระบาดมือถือแอนดรอยด์-จ้องขโมยรหัสลับ
          ไทยเซิร์ตเตือนภัยมัลแวร์ระบาดผ่านทาง SMS ส่งหลอกให้กดลิงก์ มุ่งโจมตีผู้ใช้แอนดรอยด์ในไทยโดยเฉพาะ เมื่อติดแล้วจะถูกใช้เครื่องเป็นฐานส่ง SMS ต่อไปให้ผู้อื่นอีก ผู้เชี่ยวชาญคาดอาจมีเหยื่อติดแล้วหลายหมื่นราย เชื่อเป้าหมายคือขโมยรหัสลับธนาคาร
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ออกประกาศเตือนภัยซอฟต์แวร์มุ่งร้าย หรือมัลแวร์ ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างมากบนโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในประเทศไทย โดยซอฟต์แวร์ร้ายดังกล่าวจะส่งข้อความสั้นหรือ SMS เข้ามาในโทรศัพท์มือถือ หลอกให้ติดตั้งแอพ หากใครหลงกลแล้ว มือถือนั้นก็จะถูกใช้เป็นเครื่องมือส่ง SMS แพร่มัลแวร์ไปให้ผู้อื่นต่อไป โดยคาดว่าในช่วงประมาณกว่า 10 วันที่ผ่านมา มีผู้ได้รับผลกระทบแล้วนับแสนราย 

สำหรับลักษณะของข้อความ SMS ที่มีอันตรายดังกล่าวจะถูกส่งมาจากคนรู้จักหรือไม่รู้จักก็ได้ ขึ้นต้นข้อความระบุชื่อผู้รับอย่างชัดเจน พร้อมด้วยข้อความหลอกลวง เช่น “แจ้งให้ทราบการจัดส่งของคุณ” หรือ “รับทราบในการดำเนินคดีของคุณ” ชักจูงให้กดลิงก์ที่แนบมาด้วย เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต ไปดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บไซต์ Dropbox.com ซึ่งไฟล์ดังกล่าวตั้งชื่อเป็นภาษาไทย เช่น “แจ้ง.apk” หรือ “รับทราบ.apk” แต่ภายในเป็นซอฟต์แวร์มุ่งร้าย หากผู้ใช้แอนดรอยด์กดอนุญาตใช้งาน มันจะแฝงตัวเข้าสู่ระบบทันที และเริ่มดำเนินการใช้มือถือเครื่องนั้นเป็นฐานในการส่งต่อไวรัสไปเป็นวงกว้าง โดยชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ถูกสั่งการส่งมาจากภายนอก ส่วนผู้ใช้ระบบ iPhone นั้น แม้จะได้รับ SMS เช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ไทยเซิร์ตได้ระบุถึงวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน สามารถเข้าดูได้จาก http://www.thaicert.or.th/alerts/user/2014/al2014us017.html และขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามประสานงานป้องกัน แจ้งระงับลิงก์ที่เป็นมัลแวร์ และสอบสวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

นายปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่ได้รับข้อความดังกล่าวไม่ตื่นตระหนก เพราะจะยังไม่ได้รับผลใด ๆ จนกว่าจะมีการดาวน์โหลดไฟล์ดังกล่าวมาและเปิดใช้งานในเครื่องและกดยอมรับอนุญาตการเข้าถึงสำหรับโปรแกรมนั้น

ส่วนผู้ที่เผลอไปเปิดใช้งานมัลแวร์นี้แล้ว ความเสียหายแรกคือ ค่าใช้จ่ายจากการถูกลักลอบใช้เครื่องมือถือนั้นส่งข้อความ SMS ออกไป ขณะที่ความเสี่ยงคือการถูกขโมยข้อมูลต่างๆ ทั้งสมุดโทรศัพท์ และข้อมูลการทำธุรกรรม โดยคาดว่าเป้าหมายอยู่ที่การแฝงตัวเพื่อให้ล่วงรู้รหัสลับหรือ OTP ที่ธนาคารหรือบัตรเครดิตจะส่งเข้ามาให้ในมือถือเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม โดยอาจจะมีการเข้าไปดักเก็บข้อมูลการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านเว็บ หรือแอพพลิเคชั่น ควบคู่ไปด้วย

“จากการติดตามพฤติกรรม สันนิษฐานว่านี่เป็นการกระทำของกลุ่มอาชญากรรม ที่วางแผนมาอย่างสลับซับซ้อน และสร้างลิงก์ใหม่ขึ้นมาตลอด เมื่อตรวจสอบสถิติจากลิงก์ที่เป็นมัลแวร์ดังกล่าว มีผู้กดโหลดไปแล้วหลายหมื่นราย และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยในจำนวนนั้นเป็นผู้ใช้แอนดรอยด์และไอโฟนเป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นที่น่าตกใจว่าน่าจะมีผู้ใช้แอนดรอยด์ตกเป็นเหยื่อแล้วหลายหมื่นคนภายในช่วงเวลาไม่กี่วัน” นายปริญญากล่าว

ทั้งนี้ รายงานสถิติจากเว็บไซต์ Goo.gl เมื่อเวลา 06.00 น.วันนี้ พบว่าลิงก์หนึ่งที่นำไปสู่มัลแวร์ดังกล่าว เพิ่งสร้างขึ้นมาวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ใช้เวลา 3 วัน แพร่กระจายจนถูกคลิกไปแล้วกว่า 32,000 ครั้ง แบ่งเป็นการคลิกจากมือถือแอนดรอยด์ 14,871 ครั้ง ไอโฟน 14,693 ครั้ง รองลงไปคือระบบวินโดวส์ 1,703 ครั้ง


ที่มา สำนักข่าวไทย
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com