แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Samsung แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Samsung แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

พรีวิวมือถือ Samsung Galaxy S6 มาจบ!

มาแล้ว! เปิดตัวพร้อม Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน หน้าจอ 5.1 นิ้ว ตัวเครื่องโลหะ กับกล้อง 16 ล้านพิกเซล จำหน่าย 10 เมษายนนี้
เริ่มอย่างเป็นทางการไปแล้ว เกี่ยวกับ Samsung Galaxy S6 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่เรียกได้ว่า เป็นรุ่นที่ทาง ซัมซุง คิดใหม่ทำใหม่ เลยก็ว่าได้
ซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างแรก ที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ ดีไซน์ใหม่ เพราะว่าเปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็น ตัวเครื่องโลหะผสมกระจก อีกทั้งยังบางลงกว่าเดิม จับได้ถนัดมือมากขึ้น ซึ่งก่อนที่ Samsung Galaxy S6 จะเปิดตัวด้วยกันวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ เรามาชม พรีวิว Samsung Galaxy S6 กันก่อนว่า มือถือเรือธงรุ่นล่าสุดนี้ จะน่าใช้กว่าเดิม พร้อมกับมีดีไซน์ที่สวยขึ้นมากแค่ไหน
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/2.jpg src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/3.jpg src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/4.jpg src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/5.jpg
มาเริ่มต้นกันที่ ดีไซน์ ของ Samsung Galaxy S6 กันก่อน เพราะรุ่นนี้ ถือว่าเป็นรุ่นแรกในตระกูล Galaxy S ที่เปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็นตัวเครื่องแบบโลหะผสมกระจก ซึ่งกระจกที่ใช้บน Samsung Galaxy S6 นั้นก็คือ Gorilla Glass 4 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงเป็นพิเศษอยู่แล้ว
เพราะด้วยปุ่ม Home นั้น ยังคงมี เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy S5 แต่ได้เปลี่ยนวิธีการสแกนใหม่ จากการรูดแล้วลากขึ้น กลายเป็นแตะเพื่อปลดล็อคแทน เรียกได้ว่า สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/6.jpg
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED Display ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล (QHD) โดยมีจำนวนพิกเซลต่อตารางนิ้วสูงถึง 577 ppi ที่ช่วยทำให้การแสดงผลภาพในที่กลางแจ้ง ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน ส่วนหน่วยประมวลผล ใช้ชิปเซ็ต Exynos 7420 แบบ Octa-Core Processor (64-bit) ที่ผลิตเพราะสถาปัตยกรรม 14nm รุ่นแรกของโลก พร้อมหน่วยความจำ RAM 3 GB ซึ่งจักช่วยทำให้ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลง
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/7.jpg
มากันที่เรื่องของกล้องถ่ายรูปกันบ้าง เพราะว่า Samsung Galaxy S6 รุ่นนี้ ดูเหมือนว่า ทางซัมซุง จะเน้นเรื่องการถ่ายรูปเป็นพิเศษ เพราะใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9 ทั้งกล้องด้านหน้า กับด้านหลังนั่นเอง เพราะว่ากล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Quick Launch ที่สามารถเข้าใช้งานกล้องได้อย่างรวดเร็วในเวลา 0.7 วินาที แค่ดับเบิลคลิกที่ปุ่ม Home ครับ
สำหรับใครที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดไว เนื่องจากว่าตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแบบ QHD นั้น คงจักหายห่วงกันไปได้เลย ดังที่ Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Fast Charging ด้วยการชาร์จเหมือนแค่ 10 นาที แต่เชี่ยวชาญใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายอีกด้วย
ส่วนบริการน้องใหม่แกะกล่องอย่าง Samsung Pay บริการชำระเงินทะลุทะลวงมือถือ เรียกได้ว่า น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ ด้วยการใช้เทคโนโลยี NFC ด้วยกัน Magnetic Secure Transmission (MST) จากบริษัท LoopPay ที่ซัมซุงเพิ่งจักเข้าซื้อกิจการไปครั้งไม่นานมานี้ นอกจากนี้ ยังรับประกันความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี Samsung KNOX บวกกับระบบสแกนลายนิ้วมือนั่นเอง
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/8.jpg
เท่าแค่การ พรีวิว Samsung Galaxy S6 ในเบื้องต้น ก็คงทำให้ มือถือเรือธงน้องใหม่ล่าสุดรุ่นนี้ น่าใช้กับน่าสัมผัสกันบ้างอย่างแน่นอน ส่วน Samsung Galaxy S6 จะควงคู่มาพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge เปิดตัวในไทยเมื่อไหร่ พร้อมทั้งจะเคาะสนนราคาเกริ่นต้นที่เท่าไหร่นั้น คงต้องติดตามกันถัดครับ - phonearena.com
สรุปสเปค ฟีเจอร์ ด้วยกันคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S6
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/9.jpg
โหมโรงอย่างเป็นทางการแล้ว เพราะ Samsung Galaxy S6 มือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ในปีนี้ เปิดตัวพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน ตามข่าวร่ำลือก่อนหน้านั้นนั่นเอง
โดยดีไซน์ของทั้ง Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge นั้นตรงกับภาพหลุดที่แสดงตนออกมาก่อนหน้า ไม่ว่าจักเป็น กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ, บอดี้แบบกระจกทั้งด้านหน้า พร้อมทั้งด้านหลัง ที่ทำให้ Samsung Galaxy S6 นั้น ดูพรีเมียมกว่ารุ่นก่อนหน้ามากเลยทีเดียว
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/10.jpg
Samsung Galaxy S6 edge
นอกจาก Samsung Galaxy S6 จักชูจุดเด่นในเรื่องของ ดีไซน์ เป็นหลักแล้ว ยังมาพร้อมกับกล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ช่วย ในเรื่องของการถ่ายภาพในที่แสงน้อยเป็นหลัก ทำให้ได้ภาพที่คมชัด พร้อมกับสว่างสดใสมากกว่า มือถือรุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ ยังรองรับการทำธุรกรรมแบบออนไลน์ กับ Samsung Pay ระบบการ จ่ายเงินทะลุ NFC ด้วยกัน Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay ที่ซัมซุงได้เข้าซื้อกิจการไปครั้งไม่นานนี้นั่นเอง
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล (577 ppi) ซึ่งกระจกหน้าจอนั้น เป็นแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ทางซัมซุง การันตีว่า มีความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ พร้อมทั้งไม่โค้งงออีกด้วย
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7420 ที่ทางซัมซุงพัฒนาเอา เพราะเป็นชิ ปเซ็ตแบบ 64-bit ประกอบไปด้วย หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Cortex-A57 Processor ความเร็ว 2.1 GHz พร้อมด้วย Quad-Core Cortex-A53 Processor ความเร็ว 1.5 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิค Mali-T760 GPU พร้อมด้วยหน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB ส่วนหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง มีให้เโจษก 3 ขนาดความจุด้วยกัน ได้แก่ 32 GB, 64 GB ด้วยกัน 128 GB ซึ่ง Samsung Galaxy S6 ไม่อาจจักเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้ครับ
นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังรองรับ LTE Cat.6, Wi-Fi ac, Bluetooth 4.1, NFC, GPS + GLONASS ด้วยกัน Beidou, IR blaster รวมไปถึงวิทยุ FM radio
รัน Android 5.0 (Lollipop) พร้อม TouchWiz ดีไซน์ใหม่
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.0 (Lollipop) ตั้งแต่แกะกล่อง ครอบทับด้วยTouchWiz UI เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบใหม่ มีดีไซน์ที่เรียบง่ายขึ้น พร้อมกับน่าใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เน้นถ่ายรูปในที่แสงน้อย
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทาง ซัมซุง ภูมิใจนำเสนอ นั่นก็คือ กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์แบบ ISOCELL พร้อมด้วยระบบกันภาพสั่นแบบ OIS นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังมาพร้อมกับรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ที่ทางซัมซุง คอนเฟิร์มว่า หมดห่วงเรื่องการถ่ายรูปในที่แสงน้อยไปเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีไฟแฟลชแบบ LED และ Heart Rate Sensor วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ด้านหลังตัวเครื่องอีกด้วย
ส่วนกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีระบบเปิดกล้องเร็วแทบ 0.7 วินาที (Quick Launch) ด้วยการกดที่ปุ่ม Home 2 ครั้ง
เปรียบเทียบภาพถ่ายของกล้องด้านหลัง ระหว่าง iPhone 6 Plus กับ Samsung Galaxy S6
เปรียบเทียบการถ่ายวีดีโอ ระหว่าง iPhone 6 Plus พร้อมด้วย Samsung Galaxy S6
Fast Charging ชาร์จแบตได้เร็วขึ้น
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2550 mAh ซึ่งไม่เก่งถอดแกะฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อีกถัดจากนั้น ทำให้ทางซัมซุง ได้เริ่มฟีเจอร์ใหม่ นั่นก็คือ Fast Charging ด้วยการชาร์จเหมือน 10 นาที แต่เป็นได้ใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง ซึ่ง ชาร์จเร็วกว่า Samsung Galaxy S5 ถึง 1.5 เท่า กับครั้งเทียบการชาร์จในระยะเวลาที่เท่ากัน Samsung Galaxy S6 จักอยู่ได้นานกว่า iPhone 6 ถึง 50% ครับ
Samsung Pay ระบบการชำระเงินบนมือถือแบบใหม่
ภายหลังที่ซัมซุงเข้าซื้อกิจการของ LoopPay ไปคราวไม่นานมานี้ ก็ได้เริ่มเทคโนโลยีที่มากับบริษัทดังกล่าว ภายใต้ชื่อ Samsung Pay นั่นเอง เพราะ Samsung Pay รองรับการใช้งานทั้ง Visa พร้อมกับ Mastercard ซึ่งนอกจากจะจ่ายพ้นเทคโนโลยี NFC แล้ว ยังรอบรู้ใช้งานทะลุทะลวง Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay นั่นเอง ทำให้มีร้านค้ารองรับบริการดังกล่าวกว่า 30 ล้านร้านค้าทั่วโลกเลยทีเดียว
นอกจาก Samsung Pay จะรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตสร้างผ่านโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังรองรับการจ่ายเปลี่ยนบัตรเติมเงิน พร้อมทั้งบัตรของขวัญอีกด้วย ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย มี Samsung KNOX พร้อมด้วย ARM TrustZone รองรับอีกทีครับ
Samsung Pay จะเปิดให้ใช้บริการในช่วงหน้าร้อนนี้ ในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ก่อน โดยในช่วงแรก รองรับการใช้งานเฉพาะบน Samsung Galaxy S6 พร้อมทั้ง Samsung Galaxy S6 Edge เท่านั้น
สนนราคา กับ วันวางจำหน่าย Samsung Galaxy S6 ในไทย
ในงานโหมโรง ทางซัมซุง ได้ประกาศว่า จักวางจำหน่ายทั้ง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 Edge ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ใน 20 ประเทศ แต่ยังไม่ได้มีการระบุว่า มีประเทศใดบ้าง งานนี้ สาวกซัมซุงในไทย คงต้องไปลุ้นกันอีกทีว่า ประเทศไทย จะมีรายการอยู่ใน 20 ประเทศแรกหรือไม่ ส่วนสนนราคา ยังไม่มีการเปิดแสดงตัวในงาน
อย่างไรก็ดี ก่อนที่จักมีงานโหมโรง Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge ได้มีข้อมูลค่าของทั้ง 2 รุ่นเปรยออกมา ทั้ง 3 ขนาดความจุ สรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ
ค่า Samsung Galaxy S6 (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB :€749 (เกือบๆ 27,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB :€849 (กะ 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB : €949 (ประมาณการ 34,000 บาท)
สนนราคา Samsung Galaxy S6 edge (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB :€849 (เกือบ 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB :€949 (คาดว่า 34,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB : €1049 (เกือบ 38,000 บาท)
ซึ่งสนนราคาข้างต้นนี้ เป็นค่าที่อยู่ในประเทศแถบโซนยุโรป แน่นอนว่า มีราคาที่สูงกว่า ประเทศในแถบเอเชีย อย่างบ้านเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเรามาลอง คำนวณ สนนราคา Samsung Galaxy S6 แบบคร่าวๆ สมมติให้ มูลค่า Samsung Galaxy S6 เท่ากับ ค่า Samsung Galaxy S5 ตอนเปิดตัว ที่ 23,800 บาท
ส่วนมูลค่า Samsung Galaxy S6 edge ให้อ้างอิงจากค่า Samsung Galaxy Note Edge (แต่สมมติให้ถูกกว่า 1,000 บาท) จะสรุป สนนราคา Samsung Galaxy S6 ด้วยกัน Samsung Galaxy S6 Edge ในไทย ได้ดังนี้
ค่า Samsung Galaxy S6 ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB ค่า 23,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB สนนราคา 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB ค่า 31,800 บาท

ราคา Samsung Galaxy S6 edge ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB ค่า 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB มูลค่า 31,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB สนนราคา 35,800 บาท
อย่างไรก็ดี สนนราคา Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge ในไทยข้างต้น เป็นการคะเนการเท่านั้น ไม่ใช่ค่าแน่แท้แต่อย่างใด ต้องติดตามกันรองลงไปว่า ซัมซุง ประเทศไทย จักประกาศมูลค่าของทั้ง 2 รุ่น ไว้ที่เท่าใดครับ

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395065/

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

Samsung Galaxy S6 Edge กับ 5 สิ่งที่คุณอาจยังไม่รู้เรื่อง ?

การเปิดตัว Samsung  แบบ แพ็คคู่ แม้ดีไซน์พร้อมกับฟีเจอร์เพราะรวมแทบไม่ต่างกัน แต่ความน่าสนใจของ Galaxy S6 Edge อยู่ที่หน้าจอแสดงผลที่โค้งเอียงลงทั้งด้านซ้ายพร้อมกับขวา ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงเทคโนโลยีด้านจอภาพของ Samsung เองแล้ว Galaxy S6 Edge ยังมีอีก 5 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน ?
1. หน้าจอด้านข้างเสมือนจอที่สอง
Galaxy-S6-edge
หน้าจอที่โค้งเอียงลงมาด้านข้างของ Galaxy S6 Edge ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเลิศหรู แต่มันศักยเป็นหน้าจอแสดงผลหรือแจ้งเตือนได้ พร้อมกับสนับสนุนให้ผู้ใช้เชี่ยวชาญกำหนดแอพพลิเคชันที่ใช้บ่อยครั้ง ด้วยว่าการเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
2. แบตเตอรี่กับการทำงานร่วมกับชิปประมวลรุ่นใหม่ 
แม้ Galaxy S6 Edge จักให้แบตเตอรี่ความจุเช่น 2600 mAh ซึ่งน้อยกว่าที่หลายคนคาดหวัง แต่ด้วยชิปประมวลรุ่นใหม่ที่ Samsung ระบุว่าเป็นการออกแบบภายใต้สถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร จักคอยช่วยจัดสรรการใช้พลังงานได้อย่างประสิทธิภาพ รวมไปถึงเป็นการลดการใช้ พลังงาน ส่งผลดีต่อชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น
3. แบตเตอรี่ถอดไม่ได้อีกถัดไป
Galaxy-S6-edge-3
หลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนของ Samsung อาจคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือการถอดแบตเตอรี่ในกรณีที่เครื่องค้าง เป็นต้น แต่ด้วยใน Samsung Galaxy S6 Edge ไม่ใช่หรือ Galaxy S6 จะไม่ทำเป็นถอดแบตเตอรี่ได้อีกต่อจากนั้น ดังนั้นถ้าแบตเตอรี่ใกล้จะหมดทางเเลื่องกที่ช่วยยืดชั่วโมงการใช้งาน คือการใช้ Ultra Saving Mode หรือไม่การใช้ Power Bank นั่นเอง
4. ตำแหน่งของลำโพง
Galaxy-S6-edge-2
แม้สาวก iPhone จะแอบเหน็บแนมว่าบางส่วนของการออกแบบ Samsung Galaxy S6 Edge หรือว่า Galaxy S6 จักมีความคล้ายคลึงกับ iPhone 6 / iPhone 6 Plus อาทิ ตำแหน่งลำโพงที่ถูกขนส่งมาอยู่ด้านล่างตัวเครื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพของเสียงที่ดีขึ้นและ ความดังที่มากขึ้นเช่นกัน
5. Micro SD ไม่มีอีกแล้ว
ความจุภายในของ Samsung Galaxy S6 Edge หรือไม่ก็ Galaxy S6 เริ่มต้นต้นที่ 32 GB, 64 GB กับ 128 GB ตามลำดับ ซึ่งสิ่งที่คู่กับตระกูล Galaxy S มาเพราะว่าตลอดนั่นคือ micro SD เพราะด้วยการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล แต่ในเจเนอเรชั่นที่ 6 ทาง Samsung ได้ตัดสิ่งนี้ออกไป พร้อมกับยกเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Universal Flash Storage หน่วยความจำใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดย Samsung ช่วยให้การอ่านไม่ใช่หรือเขียนข้อมูลทำได้เร็วกับมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Samsung Galaxy S6 Edge เตรียมวางขาย 10 เมษายน ศกนี้
ภาพจาก Wired

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ยอดสรุปการทำงาน Thailand Mobile Expo 2015 เมื่อวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์

Thailand Mobile Expo 2015 สุดคึกคักรับต้นปี ยอดผู้เข้าชมงาน พร้อมด้วยยอดเงินสะพัดเติบโตทะลุเป้า
     บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผนึกกำลังพันธมิตรโทรศัพท์มือถือกว่า 40 แบรนด์ดังชั้นนำ อาทิ Samsung, OPPO, i-mobile, Microsoft, Sony, HTC, LG, Wiko, VIVO กับ Huawei ร่วมด้วยโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ทั้ง 4 ค่าย AIS, DTAC, TrueMove H, TOT พร้อมทั้งบริษัทคู่ค้า จัดงาน Thailand Mobile Expo 2015 ครั้งที่ 20 มหกรรมมือถือ ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ครั้นเมื่อวันที่ 12 - 15 กุมภาพันธ์ ที่ข้ามมา
     นาย โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เปิดตีแผ่ถึงภาพรวมของการจัดงานThailand Mobile Expo 2015 ว่ามีจำนวนผู้เข้าชมงาน พร้อมกับยอดเงินสะพัดเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ในระดับที่เรียกได้ว่าเกินคาด ด้วยตัวเลขของยอดเงินสะพัดภายในงาน 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20% ครั้นเมื่อเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน
     ทั้งนี้เพราะว่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่มีมูลค่าสูงยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนจัดงาน ว่ากลุ่มผู้บริโภคจักเทกำลังซื้อไปที่กลุ่มสมาร์ทโฟนระดับโหมโรงต้น ไปจนถึงระดับกลางมากกว่า
     แต่ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่ากลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มทำต้น ไปจนถึงระดับกลางซึ่งมาพร้อมสเปคสุดคุ้มก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้จำนวนยอดเงินสะพัดภายในงานเติบโตได้ดี ทั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดสมาร์ทโฟน ที่ทำให้กลุ่มผู้บริโภคศักยเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ
     ซึ่งมีสเปคเทียบเท่าสมาร์ทโฟนระดับสูง อาทิหน่วยประมวลผล 64 bit, หน่วยประมวลผลแบบ Octa-core, รองรับการเชื่อมต่อ 4G, RAM 2 GB, กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง ฯลฯ ได้ในระดับมูลค่าไม่ถึงหมื่นบาท นอกจากนี้การเปิดพื้นที่จัดแสดงงานเพิ่มเติมเพื่อรองรับแบรนด์มือถือที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
     พร้อมด้วยการเปิดพื้นที่จัดงาน Mobile Game Zone เพื่อตอบรับกระแสของเกมบนสมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรง ก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้เข้าชมงานมีมากถึง 6.9 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 20% ตราบใดเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน ซึ่งจากการตอบรับที่ดีเหล่านี้ ต้องถือเป็นข่าวดีสำหรับคอเกมบนสมาร์ทโฟน ว่าจะได้พบกับ Mobile Game Zone ในการจัดงานครั้งหน้าอย่างแน่นอน
     นาย โอภาส กล่าวต่อว่า แนวโน้มในการเละบือกซื้อสมาร์ทโฟนของผู้เข้าชมงานในครั้งนี้ ยังคงพุ่งเป้าไปที่สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เสริมด้วยเรื่องของวัสดุ, งานประกอบพร้อมกับความบางของตัวเครื่อง
     อีกทั้งเทรนด์การถ่ายภาพเซลฟี่ที่กำลังมาแรงยังส่งผลให้กล้องหน้าของสมาร์ทโฟนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคนำมาพิจารณาร่วมด้วย นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่า กลุ่มผู้บริโภคได้มีการศึกษาหาความรู้ในการเระบือกซื้อสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองมาเป็นอย่างดี ก่อนมาสัมผัส ทดลองเล่นเครื่องแน่ๆภายในงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเลือเลื่องกซื้อสมาร์ทโฟนที่ประสิทธิภาพการใช้งานซึ่งตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการของตัวเอง
     กับสำหรับพื้นที่จัดแสดง Gadget Zone ซึ่งทางเราได้เล็งเห็นถึงกระแสความนิยม พร้อมทั้งได้เปิดพื้นที่เพื่อจัดแสดงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014 จนมาถึงการจัดงานในครั้งนี้เราได้สั่ง Gadget ต่างๆ ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน CES 2015 ครั้นเมื่อช่วงต้นปี มาจัดแสดงเป็นที่แรกในประเทศไทย
     ก็เป็นที่น่าดีใจว่า Gadget เหล่านี้ยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงาน เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงทิศทางตลาดของสินค้ากลุ่ม Smart Watch, Wearable Device พร้อมกับ Drone ที่น่าจะเติบโตขึ้นไปได้อีก พร้อมกับเป็นที่แน่นอนว่าทางเราก็ยังคงให้ความสำคัญกับ Gadget Zone ด้วยการสรรหา Gadget ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ มาจัดแสดงอย่างต่อเนื่องในการจัดงานครั้งต่อๆ ไป นายโอภาส กล่าวปิดท้าย
     แล้วพบกันใหม่ที่งาน Thailand Mobile Expo 2015 Hi-End ครั้งที่ 21 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. เป็นต้นไป
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

25 วรรณะ Anti Virus ที่ดีเลิศที่สุดในโลก ประจำปี 2014-2015

คงเป็นคำถามคาใจใครหลายๆถึง Anti Virus ที่ดีที่สุด ว่าสรุปแล้วโปรแกรมแอนตี้ไวรัสควรที่จะใช้ตัวไหน หรือว่าว่าเราควรใช้อันไหนดีจะดีที่สุด
ซึ่งในวันนี้ทางพวกงานก็ไปเจอการจัดอันดับมาจากเว็บไซด์ชื่อดังอย่าง Top Ten Reviews ที่ได้จัดอันดับ Anti Virus ยี่ห้อต่างๆ เอาไว้รวมกันมากถึง 25 อันดับ ด้วยกันครับ
โดยการจัดอันดับนั้นก็ไม่ใช่วัดจากความชอบแต่อย่างใด แต่เค้าวัดด้วยคะแนนในด้านต่างๆ เช่นฟีเจอร์ที่ Anti Virus นั้นรองรับว่าครบถ้วนไม่ใช่หรือไม่อย่างไร , วัดจากระดับการป้องกันว่าครอบคลุมมากแค่ไหน , วัดจากประสิทธิภาพของตัวโปรแกรมเองว่าใช้งานได้ดีไม่ใช่หรือไม่และกินทรัพยากรของเครื่องหรือไม่ก็เปล่า , วัดจากความสะดวกในการใช้งานเช่น ผู้ใช้ทำได้ใช้งานได้ง่ายๆ ไม่ใช่หรือเข้าใจหรือไม่เปล่า
รวมไปถึงวัดจากบริการหลังการขายเช่นถ้าเกิดตัวซอฟแวร์มีปัญหาไม่ก็เครื่องเรามีปัญหาจะมีใครคอยช่วย Support หรือว่าไม่เป็นต้นครับ ซึ่งเหล่างานจักไม่พูดถึงรายละเอียดเรื่องนั้น
ด้วยเหตุที่ค่อนข้างยาวแต่ใครที่สนใจก็อาจจะไปอ่านได้ที่ แต่ที่จะพูดถึงเลยก็คืออันดับที่ถูกจัดเอาไว้ครับ ซึ่ง Anti Virus ตัวไหนจะได้อันดับ 1-25 ไปดูกันเลย
25 อันดับ Anti Virus ที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2014-2015
25. AVG Antivirus
24. ViRobot Desktop
23. CyberDefender Early Detection Center
22. ParetoLogic XoftSpy AntiVirus Pro
21. F-Prot Antivirus
20. Total Defense Anti-Virus
19. TrustPort Antivirus
18. Lavasoft Ad-Aware Pro
17. VIPRE Antivirus
16. Norman Antivirus
15. Webroot Secure Anywhere Antivirus
14. Avast! Pro Antiviru
13. F-Secure Anti-Virus
12. Panda Antivirus Pro
11. ESET NOD32 Antivirus
10. G Data AntiVirus
9. ZoneAlarm Antivirus + Firewall
8. eScan Anti-Virus
7. BullGuard Antivirus
6. Avira Antivirus Premium
5. Trend Micro Titanium Antivirus
4. Norton AntiVirus
3.McAfee AntiVirus Plus
2. Kaspersky Anti-Virus
1. Bitdefender Antivirus Plus
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับทั้ง 25 อันดับข้างต้น คุ้นหูกันมากๆเลยใช่ไหมละครับ ซึ่งผมเองก็จอเสริมอีกซักเล็กน้อยเพื่อคนที่ปรารถนาได้อยาก Anti Virus ดีๆ ขอให้ซื้อของแท้นะครับ ก็เพราะว่า Anti Virus ของแท้จะมีการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอทำให้สารถจัดการได้อย่างทันท่วงทีครับ
ใช่ไหมถ้าใครใช้ Windows 8.1 แท้อยู่ ตัว Windows Defender ก็นับว่าทำได้ช่วยป้องกันไวรัสได้ระดับนึงเลยนะครับ(ถ้าไม่เข้าเว็บมั่วๆ ดาวน์โหลกไฟล์มั่วๆ) แต่เอาเป็นว่าถ้าใครไม่มีเงินลองหา Anti Virus ฟรีๆอย่าง Avira ร่มแดงมาใช้ชั่วคราวไปก่อนก็ได้นะครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ลือ!! Samsung Galaxy S6 ว่าจะประกอบด้วยการดีไซน์ใหม่เรียบ !

Samsung Galaxy S6 - เพิ่งมีข่าวไม่ค่อยดีออกมาเกี่ยวเรื่องผลประกอบการของทาง Samsung ออกมาเพราะว่าดูเหมือนว่ายอดขายพร้อมกับกำไรนั้นมีท่าจักลดลงอย่างต่อเนื่อง




โดยผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2014 นั้นซัมซุง มียอดขายมือถือลดลงกว่า 15% ถ้าเทียบกับไตรมาสที่ 2 พร้อมด้วยมีกำไรจากธุรกิจมือถือ ลดลงกว่า 60% ถ้าเทียบกับไตรมาสที่ 2

พร้อมทั้งถ้านำกำไรไปเปรียบเทียบกับของไตรมาสที่ 3 ของปีก่อนนั้น Samsung มีรายได้ลดลงถึง 74% นับว่าสูงมากๆ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ทำให้สื่อหลายๆ สำนักพากันวิเคราะห์เกี่ยวกับว่าการมาของ Samsung Galaxy S6 ว่าน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

ส่วนหนึ่งคงเป็นผลมาจากการที่ Samsung Galaxy S5 ทำยอดขายได้หน้าผิดหวัง เนื่องด้วยผลตอบรับไม่ดีเท่าที่คาดหวังนั้นเอง

พร้อมกับแน่นอนว่าเจ้าแห่งข่าวหลุดอย่างเว็บไซต์ SamMobile ก็มักไม่พลาดข่าวแบบนี้เพราะล่าสุดนั้นได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับมือถือสมาร์ทโฟนเรือธงแบบใหม่ที่คาดว่าจักมีการโหมโรงในปีหน้า ภายใต้โค้ดเนมว่า Project Zero ออกมาแล้ว

แม้ว่าประเดี๋ยวนี้นั้นจักยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับ ดีไซน์ หรือไม่ก็ สเปค Samsung Galaxy S6 เลย แต่ได้ เปรยออกมามากเท่าไรนัก แต่ที่แน่ๆ สื่อดังหลายสำนักก็พากันฟันธงว่ายัง มือถือสมาร์ทโฟนแบบใหม่ในตระกูล Galaxy S ก็น่าจักดีไซน์ Samsung Galaxy S6 ใหม่หมดแน่นอน!!

เรียกได้ว่าการมาของ Samsung Galaxy S6 ถือเป็นรุ่นแห่งความหวังใหม่ของทางซัมซุงเลยก็ว่าได้ งานนี้คงจะต้องติดตามกันหลังจากนั้นว่า Samsung Galaxy S6 จักดีขึ้นสวยขึ้น พร้อมทั้งเรียกความสนใจผลิตภัณฑ์ จากลูกค้ามากกว่ารุ่นเดิมๆ แค่ไหน

คาดว่าประมาณเดือนเมษายน 2015 เราคงน่าจะได้เห็น  Samsung Galaxy S6 ตัวนักกันจะมีความเปลี่ยนแปลงจากพี่น้องในตระกูลมากน้อยแค่ไหน? คงต้องลุ้นกันอีกยาวไกล

ที่มา:http://hitech.sanook.com/1392637

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

SAMSUNG GEAR S เปิดฉากอย่างเป็นทางการวันแรกในประเทศไทย 7 พ.ย. นี้ 11,900 บาท พร้อมกับ GEAR CIRCLE ค่า 2,900 บาทเท่านั้น




ในที่สุดทางซัมซุงก็ประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วของ Samsung Gear S นาฬิกาอัจฉริยะใส่ซิมได้ที่ ใช้ควบคู่กับ Galaxy Note 4 เก๋ๆ เพราะว่าจักขึ้นต้นวางจำหน่ายกันในวันที่ 7 พฤศจิกายนเป็นต้นไปในราคาเริ่มต้นต้นที่11,900 บาท ด้วยกันจักวางจำหน่าย Samsung Gear Circle พร้อมๆ กันที่สนนราคาเริ่มทำต้น 2,900 บาทด้วย!!

คนไหนที่กำลังตั้งตารอ Gadget ตัวใหม่จาก ทางซัมซุงอยู่ วันที่ 7 นี้เตรียมตัวกันให้พร้อม สองคู่หูดูโอ Samsung Gear S กับ Gear Circle จักบุกตลาดประเทศไทยกันอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง ซึ่งสเปคคร่าวๆ ของทั้งคู่มีดังนี้

Samsung Gear S
– หน้าจอเป็น Curved Super AMOLED 2.0″ 360 x 480
– ชิปเซ็ตคือ Dual-core 1.0 GHz
– RAMที่ 512MB, ROMที่ 4GB
– มี Tizen OS
– แบตเตอรี่อยู่ที่ 300 mAh
– รองรับการต่อ WiFi, Bluetooth พร้อมด้วย USB 2.0
– มีเซ็นเซอร์ที่ติดมา Accelerometer, Gyroscope, Compass, Heart Rate, Ambient Light, UV พร้อมทั้ง Barometer
– รองรับระบบ 3Gเคลื่อนความถี่ 850 / 900 / 1900 / 2100 MHz

Samsung Gear Circle
– ชิปเซ็ตคือ CSR 8670 : Support SoundAlive™, NR, EC
– รองรับการต่อ Bluetooth 3.0 / HSP / HFP / A2DP / AVRCP
– มีมอเตอร์มีระบบสั่น
– ตัวเครื่องเคละบือบเป็น p2i nano-coating กันเปียกกันชื้น
– แบตเตอรี่อยู่ที่ 180 mAh
– ชาร์จแบตเตอรี่ทะลุทะลวงทาง microUSB
– มีเซ็นเซอร์ที่ติดมา Magnetic Sensor (Smart Magnetic Clasp Control), Touch sensor (Volume Control)

ใครรออยู่ศูกร์นี้เตรียมตัวจ่ายกันได้เลยๆ

ติดตามข่าวมือถือซัมซุง โทรศัพท์มือถือ โน๊ต 4 กาแลกซี่โน๊ต ไม่ใช่หรืออื่นๆ ได้ที่ : http://thaizones-hitech.blogspot.com/computer/samsung


วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Galaxy Note 4 เกริ่นวางขาย 18 ต.ค.นี้ ที่ Samsung Brand Shop ทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ – 15 ตุลาคม 2557 :  Galaxy Note 4 ยังคงเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ ที่ยังคงสร้างกระแสได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกล้อมหน้าล้อมหลังไปด้วยข่าวการมาของ iPhone 6 พร้อมกับ iPhone 6 Plus ก็ตามเพราะว่าล่าสุดนั้นทาง Samosung ประเทศไทยได้ออกมาประกาศกำหนดการวางงงจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ  ที่ Samsung Brand Shop 141 สาขาทั่วประเทศแล้ว(เฉพะสีขาวด้วยกันดำ)
เพราะในวันที่ 18 ตุลาคมนี้คุณเป็นได้เดินทางไปทดลองเล่น พร้อมกับสอบถามข้อมูลต่างๆ ของ Galaxy Note 4 ได้ที่ Samsung Brand Shop ได้เลยครับ
หรือไม่ก็สามารถค้นหาสาขาใกล้บ้านได้ที่ http://www.samsung.com/th/storelocator/ ด้วยร้านอื่นๆจะเปิดผนังจัดจำหน่ายภายหลังนั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ ถ้าใครสนใจก็ลองเข้าไปสอบถามได้ที่ Samsung Brand Shop หรือค้นหาสาขาใกล้บ้านได่ที่ http://www.samsung.com/th/storelocator
เนื่องด้วยมูลค่าของ Samsung Galaxy Note 4 คือ 25,900 บาท  อาจเข้าไปดูสเปค Samsung Galaxy Note 4 อย่างละเอียด ได้ที่นี่
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

เตรียมการวางขาย Galaxy Note 4 วันศุกร์นี้, ตั้งราคาถูกกว่า Note 3

ซัมซุงเกาหลีใต้เตรียมขาย Galaxy Note 4 วันศุกร์นี้, ตั้งสนนราคาถูกกว่า Note 3
หนังสือพิมพ์ The Korea Times ของเกาหลีใต้รายงานข่าวว่าการแข่งขันที่รุนแรงในวงการมือถือหลัง iPhone 6 วางขาย บีบให้ซัมซุงต้องรีบขาย Galaxy Note 4 ในเกาหลีใต้ก่อนกำหนด
ภาพประกอบข่าว
ตัวแทนของซัมซุงระบุว่าจักจัดงานเปิดตัว Note 4 ในวันพฤหัสนี้ พร้อมกับจักบุกเบิกเปิดขายในวันศุกร์ (26 ก.ย.) ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแผนเดิมที่ซัมซุงจะตั้งต้นขาย Note 4 ในเดือนตุลาคม แหล่งข่าวในซัมซุงยังเปิดปากเป้าหมายว่าต้องการขาย Note 4 ให้ได้ 15 ล้านเครื่องภายใน 30 วันแรก ซึ่งถือเป็นเป้าที่ท้าทายไม่น้อย
นอกจากนี้ ซัมซุงยังตั้งมูลค่า Note 4 แบบไม่ติดสาบานที่ 957,000 วอน ถือเป็นมือถือตระกูล Galaxy Note ที่มีมูลค่าเปิดตัวต่ำที่สุด ก็เพราะว่า Note รุ่นแรกตั้งมูลค่า 990,000 วอน, Note 2 ตั้งค่า 1.08 ล้านวอน พร้อมด้วย Note 3 ตั้งมูลค่า 1.06 ล้านวอน (มือถือเกาหลีใต้ค่อนข้างแพงเป็นปกติ แต่จากตัวเลขก็น่าจักพอเห็นภาพระดับมูลค่าของแต่ละรุ่น)

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

5 วิธีประหยัดแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตแบบง่ายๆ

5 วิธีแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 8 แบบง่ายๆ
อุปกรณ์ไอทีกาลคราวนี้ล้านแต่นิยมการใช้งานแบบไร้สายทั้งนั้น ซึ่งนั่นก็ต้องหมายความว่าบนอุปกรณ์เหล่านั้นต้องติดตั้งแบตเตอรี่อยู่ภายใน ซึ่งตัวโน้ตบุ๊คเองก็จัดว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่นำติดตัวไปใช้งานนอกสถานที่ได้ก็เพราะว่าว่าสะดวก แต่มีข้อจำกัดเรื่องแบตเตอรี่ว่าเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องนั้นๆ จักเป็นได้ใช้งานต่อเนื่องได้นานกี่ชั่วโมงซึ่งใครๆ ก็ตะกลามจักประหยัดแบต โน๊ตบุ๊ค ให้ใช้งานต่อเนื่องให้ได้นานที่สุดแน่นอน เพราะในปัจจุบันระบบปฏิบัติการ Windows 8 ได้เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการประยัดพลังงานแบตเตอรี่ ก็เพราะว่าอุปกรณ์ใช้ Windows 8 ก็จักมีโน้ตบุ๊คอย่างที่เราๆ ใช้กันอยู่ รวมไปถึงแท็บเล็ตรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้เป็นระบบปฏิบัติการ Windows 8 ด้วย
ในบทความนี้ทางกรุ๊ปงาน NotebookSPEC จักมานำเสนอ 5 วิธีแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 8 แบบง่ายๆ เพราะมีดังถัดนี้
1. อัพเดท Windows 8 ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ
ในการทำงานของคอมพิวเตอร์หลักๆ แล้วประกอบไปด้วยส่วนของฮาร์ดแวร์พร้อมกับซอฟต์แวร์ แน่นอนว่าถ้าทั้ง 2 อย่างทำงานร่วมกันด้วยดี ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพเพราะว่ารวมของเครื่องดีขึ้นด้วย ฉะนั้นในการอัพเดท Windows 8 ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ ก็จะช่วยให้ซอฟต์แวร์ของเรามีการปรับปรุง แก้ไข Bug ขจัดขอบกพร่องต่างๆ
2. ตั้ง Power Option ให้เหมาะสม
ตั้งค่าที่ส่วนของ Power Option เพราะให้เราคลิกซ้ายที่รูปแบตเตอรี่ตรง Taskbar ฝั่งขวามือแล้วเลือกระฉ่อนเลื่องกที่คำสั่ง More power options ที่เป็นคำสั่งล่างสุด จากนั้นจักมีแถบช่องให้เฟุ้งเฟื่องกเป็น Balance คือใช้พลังงานแบบปกติใช่ไหมไม่ก็ Power Saver ที่เป็นฟังก์ชั่นประหยัดพลังงานของโน้ตบุ๊ก
3. ความสว่างหน้าจอก็สำคัญ
ตั้งค่าความสว่างหน้าจอให้พอดีต่อการใช้งาน เพราะว่าว่าหน้าจอเป็นส่วนที่สิ้นเประบือกระฉ่อนงพลังงานมากที่สุดก็เพราะว่าว่าโน้ตบุ๊ก ดังนั้นเวลาเราจักนำไปใช้งานนอกสถานที่ล่ะก็ควรปรับตั้งความสว่างหน้าจอให้สว่างกำลังดี ไม่มืดจนเกินไปเพื่อยืดระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น รวมไปถึงโน้ตบุ๊กใครที่มีไฟคีย์บอร์ด Backlit ก็ปิดใช่ไหมเปิดให้สว่างพอดีก็ช่วยได้นะครับ
4. ปิดการทำงานบางส่วน
ปิดการทำงานของอุปกรณ์บางชิ้นที่เราไม่ได้ใช้งาน เช่นปริ้นเตอร์ไม่ใช่หรือว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อเสริมบางตัว เพราะเราเก่งปิดการทำงานได้ที่ Device Manager ก็เพราะว่าว่าคลิกขวาที่ My Computer แล้วเเลื่องก Properties จะมีคำสั่ง Device Manager อยู่ที่แถบฝั่งซ้ายมือที่คำสั่งแรกสุด (เวลาจักปิดใช้งานอุปกรณ์ไหนก็อ่านดีๆ ก่อนนะ!)
5. เก็บแผ่น ปิด Bluetooth, Wi-Fi ถ้าไม่จำเป็น
งดการใช้แผ่น CD เพื่อประหยัดพลังงาน ก็ก็เพราะว่าว่าการดูหนังฟังเพลงข้ามแผ่น CD จะทำให้ตัวเครื่องดึงพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้มากขึ้น ทำให้สิ้นเปเอิกเกริกงพลังงานมากกว่าเดิม รวมไปถึงปิดการใช้งาน Bluetooth, Wi-Fi ของเครื่องด้วย ถ้าสมมติไม่ได้ใช้งานขณะนั้น
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แหล่งหาอะไหล่โน๊ตบุ๊คถูกเงินและถูกใจสำหรับมือใหม่

แหล่งหาอะไหล่โน๊ตบุ๊คถูกเงินและถูกใจสำหรับมือใหม่อยากเล่นโน๊ตบุ๊คมือสอง
แม้ว่าเวลานี้โน๊ตบุ๊คที่เราเห็นกันอยู่เกลื่อนกลาดในท้องตลาดจะมีราคาที่ไม่สูงเกินไปนัก บางรุ่นราคาไม่ถึงหมื่นบาทด้วยซ้ำ คุณภาพก็ไม่ได้ขี้เหร่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายคนก็ยังเลือกที่จะใช้โน๊ตบุ๊คมือสองหรือซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่บางชิ้น ดีกว่าจะซื้อเครื่องใหม่ เหตุผลหนึ่งก็เพราะเครื่องที่ซื้อมานั้นค่อนข้างแพง ซ่อมถูกกว่าซื้อใหม่ ยังใช้งานได้ดีอยู่ยังไม่อยากเปลี่ยนและเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย
จึงไม่น่าแปลกใจที่มีร้านซ่อมโน๊ตบุ๊คให้เราเห็นอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตามห้างไอที แต่ในห้างสรรพสินค้า หน้าร้านตามข้างถนนหรือแม้ว่าจะเป็นตามตลาดนัดขนาดใหญ่ ก็ยังมีร้านเหล่านี้ให้เราเห็นอยู่กันจนชินตา แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าอยากจะลองซ่อมโน๊ตบุ๊คบ้างหรืออยากมองหาชิ้นส่วนที่จะนำมาซ่อมหรือเปลี่ยนให้กับโน๊ตบุ๊คมือสองที่คุณมีอยู่จะหาได้จากที่ใดบ้าง
ของมือสอง ต้องแหล่งไอที : อยากได้ของดีก็ต้องไปที่แหล่งขาย แต่ก็คงไม่ต้องดูที่ไหนไกล ห้างไอทีใกล้บ้าน ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ไอทีมอลล์ พันธุ์ทิพย์ ไอทีแกรนด์หรือในโซนของห้างหลายที่ ก็จะมีร้านขายอุปกรณ์โน๊ตบุ๊คมือสองพวกนี้อยู่ แต่ก็แนะนำว่าควรจะตรวจสอบเรื่องการรับประกัน สภาพและดูให้ตรงรุ่น เพราะบางทีของใกล้เคียงกัน แต่อาจจะใช้งานร่วมกันไม่ได้และอาจจะต้องใช้เวลาเดินดูให้ทั่วๆ เพื่อเช็คราคาตามร้าน ยิ่งเป็นของมือสอง ยิ่งต้องละเอียดมากขึ้น เพราะราคาบางทีขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและการตกลงระหว่างเรากับพ่อค้านั่นเอง ตาดีได้ (ของดี) ตาร้าย ก็อาจจะได้ของแพงเป็นต้น
หาซื้อ สั่งซื้อออนไลน์ตามเว็บบอร์ด : แบบนี้หาซื้อได้สะดวกกว่า ไม่ต้องออกไปเดินหาให้เมื่อย แค่คลิกเข้าไปตามเว็บบอร์ดของเว็บไอทีต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี แล้วคลิกเลือกดูอุปกรณ์หรือโน๊ตบุ๊คมือสองที่เรามองหา แต่ข้อเสียก็คือ ไม่ได้เห็นของจริง ไม่รู้สภาพจริง ก็คงต้องเลือกดูคนที่มีฟีดแบ๊คที่ดีมีความน่าเชื่อถือ ดูได้จากคอมเมนต์ที่ต่อมาด้านล่างนั่นเอง สิ่งที่ควรต้องระวังคือ ควรจะต้องถามเรื่องประกันและการจัดส่ง ไม่ควรโอนเงินไปก่อน หากยังไม่แน่ใจ ซื้อทีละน้อยๆ ชิ้น จะซื้อล็อตใหญ่หลายชิ้น ก็ควรนัดเจอหรือให้มั่นใจเสียก่อน
ของมือหนึ่งต้องมุ่งไปที่ร้านอุปกรณ์โดยเฉพาะ ตามห้างไอที : แต่หากต้องการได้ชิ้นส่วนที่เป็นมือหนึ่งเลย ก็มีทางเลือกที่ง่าย ไม่ต้องไปแจ้งสั่งซื้อกับผู้ผลิตก็ได้ เพราะในห้างไอทีหลายแห่งมีร้านขายอุปกรณ์ชิ้นส่วนมือหนึ่งโน๊ตบุ๊คขายเหมือนกัน ตั้งแต่หน้าจอ คีย์บอร์ด ลำโพง เมนบอร์ดและบรรดาชิปต่างๆ จำหน่ายพร้อม อย่างเช่นในห้างพันธุ์ทิพย์ชั้นล่างสุด ก็มีให้เลือกทั้งชิ้นส่วนและเครื่องมือในการซ่อมครบครันหรือจะเป็นที่เซียร์รังสิต แต่ก็คงต้องดูให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนที่ต้องการคือชิ้นใด ยิ่งมีตัวเลขระบุก็จะง่ายขึ้น เป็นแบบที่ให้คุณซื้อหาได้อย่างมั่นใจ
ตาดีได้ตาร้ายเสียตามตลาดนัดหรือแบกับดิน : แบบสุดท้ายดูจะเหมาะกับชาวฮาร์ดคอร์ไอที เพราะเป็นการหาของในตลาดที่เรียกว่ายากพอสมควร แต่มีโอกาสได้ของดีราคาถูก ขึ้นอยู่กับความชำนาญบวกโชค โดยแหล่งของพวกนี้จะอยู่ตามตลาดนัดที่คุ้นตากันดี อย่างเช่น ตลาดนัดทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างเช่น แถวคลองถม ถนนสุขาภิบาล รามคำแหงและอีกหลายแห่งที่มักจะมีอุปกรณ์ไอทีจากทั้งคนขายโดยตรงและเป็นพ่อค้าตัวจริงที่รับสินค้าเหล่านี้มาปล่อยด้วยตัวเอง หากเราทำการบ้านไปดี เดินถูกที่ถูกตำแหน่ง ก็มีโอกาสได้ของถูกใจ มาซ่อมโน๊ตบุ๊คเราได้ในราคาไม่กี่บาท แถมยังได้ของราคาถูกอีกด้วย
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เปิดตัว Galaxy S5 Active สมาร์ทโฟนเรือธงพันธุ์ถึกจากซัมซุง

 สมาร์ทโฟนเรือธงพันธุ์ถึกจากซัมซุง
มีภาพหลุดอวดโฉมมาได้ไม่นาน วันนี้ซัมซุงก็จัดการเปิดตัว Galaxy S5 Active สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นถึกและบึกบึนอย่างเป็นทางการ
ในปีนี้ Galaxy S5 Active เรียกได้ว่าหยิบไส้ในของ Galaxy S5 มาใส่ไว้ทั้งดุ้น (ปีก่อนลดหน้าจอ Super AMOLED เหลือเป็น TFT LCD) ทั้งหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.1 ซีพียู Snapdragon 801 กล้องหลัง ISOCELL ความละเอียด 16 เมกะพิกเซล และมาตรฐานความป้องกันที่ระดับ IP67 กันน้ำได้ที่ความลึก 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที กันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับ Galaxy S5 Active ได้ตัดปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือออกไป แต่เพิ่มปุ่มด้านข้างมาอีกปุ่มสำหรับเปิดใช้งานฟีเจอร์ Activity Zone เพื่อแสดงแสดงข้อมูลจากบารอมิเตอร์และเข็มทิศที่ผูกเข้ากับการใช้ชีวิตประจำ วันด้วย
เช่นเคย Galaxy S5 Active วางขายกับเครือข่าย AT&T ของสหรัฐฯ แบบติดสัญญา 2 ปีที่ 199 เหรียญ และ 715 เหรียญ (ประมาณ 23,500 บาท) แบบไม่ติดสัญญา ตัวเครื่องมีอยู่สามสีคือ เขียวลายพรางทหาร แดงทับทิม และเทาไทเทเนียมครับ
ที่มา - Android Authority
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: 

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

“เฟซบุ๊ก“ แนะวิธีเพิ่มภูมิคุ้มกัน ปลอดภัยบนโลกออนไลน์

แนะวิธีเพิ่มภูมิคุ้มกัน ปลอดภัยบนโลกออนไลน์

          ในยุคที่เส้นแบ่งระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์จางลง เราต่างแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวทั้งสุขและทุกข์อย่างเปิดเผย เชื่อมต่อกับผู้คนที่เรารัก บันทึกทุกความเคลื่อนไหวบนเฟซบุ๊ก แต่ความสะดวกสบายนี้ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ เนื่องจากความปลอดภัยบนโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่สำคัญไม่ควรมองข้าม
เฟซบุ๊ก แนะนำขั้นตอนง่าย ๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว
อัพเดตข้อมูลบัญชีผู้ใช้สม่ำเสมอ
          วิธีพื้นฐานเพื่อป้องกันโดนแฮกข้อมูลคือเปลี่ยนพาสเวิร์ดสม่ำเสมอ ทุก 2 เดือนเป็นอย่างน้อย พาสเวิร์ดที่ใช้ควรมีความปลอดภัยสูงมีทั้งตัวเลข ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และเล็กผสมกัน หากเปลี่ยนอีเมล์ใหม่ อย่าลืมอัพเดตข้อมูลอีเมล์ในเฟซบุ๊ก โดยแก้ไขข้อมูลบัญชีผู้ใช้ได้ที่ Account Settings
ป้องกันภัยจากฟิชชิ่ง
          แฮกเกอร์หรือผู้สร้างสแปมสร้างเว็บไซต์หลอก ซึ่งมีหน้าตาเหมือนหน้าล็อกอิน (ลงชื่อเข้าใช้) ของเฟซบุ๊ก เมื่อกรอกชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน แฮกเกอร์จะได้รับข้อมูลเดียวกันและสามารถติดต่อเพื่อนหรือผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กได้ รวมถึงแอบอ้างเป็นคุณในการโพสต์ข้อความต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการฟิชชิ่ง ผู้ใช้ควรสังเกตสัญญาณที่บ่งบอกว่ากำลังพบกับการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ดังนี้
ข้อความในกล่องข้อความพิมพ์ผิด/สะกดไม่ถูกต้อง หรือมีการใช้ฟอนต์หลากหลายในข้อความเดียว
          ลิงก์หลอก : เมื่อเลื่อนเมาส์ไปบนลิงก์ ควรตรวจสอบที่อยู่ของลิงก์ที่ขึ้นบริเวณด้านล่างของเว็บบราวเซอร์ ให้แน่ใจว่าตรงกับลิงก์ที่ต้องการคลิก
          ข้อความที่อ้างว่า ได้แนบไฟล์พาสเวิร์ดมา เนื่องจากเฟซบุ๊กไม่มีนโยบายในการส่งพาสเวิร์ดเป็นไฟล์แนบ และข้อความที่แจ้งให้กรอกข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ เช่น พาสเวิร์ดของบัญชีผู้ใช้ หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หมายเลขบัตรเครดิต/รหัส PIN และอื่น ๆ เพราะเฟซบุ๊กไม่มีนโยบายในการขอข้อมูลดังกล่าวจากผู้ใช้แต่อย่างใด รวมถึงข้อความที่อ้างว่าบัญชีผู้ใช้จะโดนลบหรือระงับ หากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำโดยทันที
ใช้ฟีเจอร์ อนุมัติเข้าสู่ระบบŽ
          กันไว้ก่อนดีกว่าเพื่อเพิ่มขีดความปลอดภัยสูงสุดให้บัญชีผู้ใช้งานให้เลือกใช้ฟีเจอร์ การอนุมัติการเข้าสู่ระบบ ซึ่งอยู่ในหัวข้อการตั้งค่าความปลอดภัย (Security Settings) เมื่อเปิดการใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวแล้ว ระบบจะให้กรอกรหัสความปลอดภัยพิเศษทุกครั้ง เมื่อเข้าใช้จากคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารที่ไม่เคยใช้มาก่อน
ตั้งค่าความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัว
          อีกวิธีที่สำคัญในการป้องกันคือ การตั้งค่าเลือกผู้ที่จะเห็นข้อมูลและโพสต์ของคุณ เครื่องมือความเป็นส่วนตัวของเฟซบุ๊กช่วยให้กำหนดผู้ที่จะเข้าชมไทม์ไลน์ ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงโพสต์และรูปภาพต่าง ๆ ได้เต็มที่ โดยแบ่งเพื่อนเป็นกลุ่มต่าง ๆ และกำหนดสิทธิ์ในการเข้าชมของแต่ละกลุ่ม
          นอกจากนี้ยังเลือกได้ว่า แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เข้าถึงข้อมูลได้มากน้อยเพียงใด โดยตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ที่ ทางลัดความเป็นส่วนตัว บนมุมขวาของทุกหน้า (สัญลักษณ์รูปแม่กุญแจ)เฟซบุ๊กยังมีเครื่องมือความเป็นส่วนตัวอื่น ๆ หรือ Interactive Tools เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่า บุคคลทั่วไปจะเห็นโปรไฟล์ส่วนตัวมากน้อยเพียงไร ทำให้เห็นไทม์ไลน์ของตนเองในมุมมองที่บุคคลทั่วไปเห็น เมื่อพวกเขาค้นหาคุณจากโปรแกรมค้นหาต่าง ๆ
รายงานพฤตกรรมที่ไม่เหมาะสม
          สิ่งที่ควรทำ หากพบเห็นหรือโดนละเมิดด้วยพฤติกรรมดังกล่าว คือรายงานเฟซบุ๊กทันที วิธีที่ง่ายที่สุดคือ กดลิงก์ Report (รายงาน) ที่อยู่ใกล้กับโพสต์ไทม์ไลน์ และเพจ หากโดนคุกคามผ่านกล่องข้อความ สามารถคลิกรายงานพฤติกรรม ซึ่งจะบล็อกผู้ที่ส่งข้อความดังกล่าวโดยอัตโนมัติด้วยการรายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสมทุกครั้งจะไม่มีการเผยแพร่ให้ผู้อื่นทราบ
          รายงานทางสังคม (Social Reporting) เมื่อล็อกอินเข้าเฟซบุ๊กเช้าวันถัดมาและเห็นรูปที่ไม่ค่อยเหมาะสมของคุณจากกิจกรรมใด ๆ ก็ตามเมื่อคืน จะทำอย่างไรเมื่อการโพสต์รูปดังกล่าวไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขของเฟซบุ๊ก แต่ไม่อยากให้รูปดังกล่าวเปิดเผยต่อสาธารณะ สามารถใช้การรายงานทางสังคม ซึ่งเป็นการรายงานรูปภาพของตนเอง และส่งข้อความไปยังผู้โพสต์เพื่อขอให้นำรูปของคุณออกจากเฟซบุ๊กได้
คิดให้ดีก่อนที่จะแชร์
          โลกอินเทอร์เน็ตเป็นโลกที่เชื่อมกับชีวิตของเราอย่างใกล้ชิดมารยาททางสังคมต่าง ๆ จึงควรยึดถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะแบ่งปันเรื่องราวใด ๆ บนเฟซบุ๊ก จึงควรไตร่ตรองก่อนว่าต้องการที่จะสื่อจริง ๆ และสิ่งที่กำลังจะแชร์ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นหรือไม่
          หากเป็นแอดมินของเพจบนเฟซบุ๊กควรตรวจสอบให้มั่นใจว่า กำลังล็อกอินอยู่ในบัญชีผู้ใช้ที่ถูกต้อง ระหว่างบัญชีผู้ใช้ส่วนตัวกับบัญชีผู้ใช้ของเพจก่อนโพสต์ข้อความ โดยเลือกสลับบัญชีผู้ใช้ได้ง่าย ๆ จากเมนู ถ้าทำได้ทั้งหมดก็จะอยู่ในโลกออนไลน์อย่างปลอดภัยขึ้นเยอะ

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com